การดูแลหลังผ่าตัดแปลงเพศขณะอยู่โรงพยาบาล

หลังการผ่าตัดแปลงเพศ   แพทย์จะให้นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 6 คืน 7 วัน เพื่ออยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และในช่วงเวลานั้น แพทย์จะได้แนะนำวิธีการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง ดังนี้

1.อาการปวด ในวันแรกหลังการผ่าตัดจะเป็นวันที่ปวดแผลมาก โดยทั่วไปแพทย์จะให้ยาแก้ปวดตามเวลา แต่ถ้าปวดมากสามารถขอยาแก้ปวดเพิ่มได้

2.การเคลื่อนไหว หลังจากการผ่าตัดต้องนอนบนเตียงตลอดเวลา ห้ามลุกเดินจนกว่าจะถึงเวลาที่แพทย์กำหนดไว้ และทำการลุกเดินได้หลังจากทำการเปิดแผลผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในขณะนอนบนเตียงตลอดเวลา อาจมีอการปวดเมื่อย สามารถพลิกบนเตียงได้ตามความเหมาะสม หรืออาจจะใช้หมอนหรือห่วงยางรองก้นได้เพื่อลดความเมื่อยล้า

3.อาหาร ควรงดอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ และน้ำผลไม้ทุกไม้ทุกชนิด และเครื่องดื่มประเภทนม และที่มีส่วนผสมของนมทุกชนิด ตลอดระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาล ควรรับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่ายในวันแรก ส่วนในวันถัดไปสามารถทานอาหารธรรมดาได้

การขับถ่าย

-ปัสสาวะ
หลังการผ่าตัด แพทย์จะคาสายสวนปัสสาวะไว้ อาจทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะตลอดเวลาในระยะแรก   เนื่องจากมีลูกโป่งในกระเพาะปัสสาวะ อาการดังกล่าวจะเริ่มดีขึ้นเองภายใน 2-3 วัน หลังจากการผ่าตัด

– อุจจาระ
หลังการผ่าตัด แพทย์จะใส่ผ้าก๊อสไว้แน่นในโพรงช่องคลอด ผ้าก๊อสจะอยู่ที่ด้านหน้าท่อทวารหนัก และจะกดช่องทวารหนัก จะทำให้รู้สึกอยากถ่ายอุจจาระ โดยที่ไม่มีอุจจาระในช่องทวารหนักโดยทั่วไปอาการนี้จะเริ่มดีขึ้นภายใน 1-2 วัน หลังผ่าตัด และอาการจะหายไปเมื่อถอดผ้าก๊อสที่อยู่ในช่องคลอดออก หากต้องการขับถ่ายอุจจาระจะต้องขับถ่ายอุจจาระบนเตียงเท่านั้น และหลังจากการ

– อาการปัสสาวะไม่ได้
หลังจากการถอดสายปัสสาวะออกแล้ว ไม่สามารถปัสสาวะเองได้ ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว เกิดในเฉพาะบางรายที่มีอาการบวมของเนื้อเยื่อรอบๆ ของท่อปัสสาวะ จึงทำให้ปัสสาวะไม่ได้ แพทย์จะแก้ไขโดยการใส่สายสวนปัสสาวะต่ออีกประมาณ 1 สัปดาห์ รอจนกว่าเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ ยุบบวมลง แพทย์จึงนีดมาถอดสายสวนปัสสาวะอีกครั้ง จากนั้นจะสามารถปัสสาวะเองได้ตามปกติ

 


แปลงเพศจากหญิงเป็นชาย หรือชายเป็นหญิง เพื่อความมั่นใจ ทั้งร่างกายและจิตใจ

แปลงเพศ เป็นการผ่าตัดขั้นตอนสุดท้ายของการรักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของการรับรู้เพศ เพื่อสร้างอวัยวะเพศหญิงจากอวัยวะเพศชาย(หรืออวัยวะเพศชายจากอวัยวะเพศหญิง) ให้มีลักษณะภายนอกตรงตามสภาพจิตใจ โดยทั่วไปแล้ว แปลงเพศจะต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติและสภาวะจิตใจที่พร้อมต่อการเข้ารับการผ่าตัด จะต้องรับการตรวจจากจิตแพทย์ว่าได้ผ่านการทดสอบ

แปลงเพศ
แปลงเพศ เป็นการผ่าตัดใหญ่แล้ว ยังมีผลต่อชีวิตที่เปลี่ยนไปหลังการผ่าตัดอีกด้วย การเตรียมตัวที่พร้อมทั้งในด้านการศึกษาข้อมูลการผ่าตัดที่เพียงพอ สิ่งที่คนไข้จะได้รับเมื่อ แปลงเพศ เรียบร้อยแล้ว คือ ความสุขทางใจที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนตัวตนให้เป็นไปในแบบที่ต้องการ นอกจากจะมีรูปลักษณ์ใกล้เคียงธรรมชาติ ยังมีจุดรับความรู้สึกทางเพศ (ปุ่มคลิตอริส) ที่สามารถรับความรู้สึกทางเพศได้ดีอีกด้วย เทคนิคการผ่าตัดแปลงเพศ ที่ก้าวหน้าไปมากในปัจจุบัน นอกจากช่วยให้ผู้ป่วยมีสภาพร่างกายที่ถูกต้องสอดคล้องกับ สภาพทางจิตใจ ยังให้ผลการรักษาที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด สิ่งสำคัญผู้ป่วยจะต้องมี วิจารณญาณที่ดีพอ ผ่านการตรวจสอบสภาพทางจิตจากจิตแพทย์ ว่ามีความเหมาะสมและ เลือกผ่าตัดในโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน มีศัลยแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญ ก็จะทำให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป


Posted in สุขภาพ | Tagged | Comments Off on แปลงเพศจากหญิงเป็นชาย หรือชายเป็นหญิง เพื่อความมั่นใจ ทั้งร่างกายและจิตใจ